เว็บตรงฝากถอนไม่มีขั้นต่ำบอร์ด สปสช.เห็นชอบ งบกองทุนบัตรทอง ปี 64 จำนวน 2.02 แสนล้านบาท

เว็บตรงฝากถอนไม่มีขั้นต่ำบอร์ด สปสช.เห็นชอบ งบกองทุนบัตรทอง ปี 64 จำนวน 2.02 แสนล้านบาท

งบเหมาจ่ายรายหัว 3,853 บาท/ประชากร เตรียมชง ครม.อนุมัติเว็บตรงฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ เพิ่มขึ้น 1.2 หมื่นล้านบาท เหตุปัจจัยภาวะเงินเฟ้อ ผู้ป่วยรับบริการเพิ่ม พร้อมเพิ่มสิทธิประโยชน์ใหม่ ปรับระบบบริการ 19 รายการ ดูแลประชาชนเข้าถึงบริการอย่างครอบคลุม ทั่วถึง มีคุณภาพและมาตรฐาน อาทิ เพิ่มยาจำเป็นราคาแพง บริการทันตกรรมคลินิกเอกชน บริการผู้ป่วยรับยาร้านยา บริการผู้ป่วยนอกเวลาตามนโยบายห้องฉุกเฉินคุณภาพ พร้อมเพิ่มบริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค

ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ศูนย์ราชการฯ – เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2563 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) โดยนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมประชุมด้วย ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างข้อเสนองบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2564 ตามข้อเสนอคณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุน สปสช. โดยมี นางดวงตา ตันโช เป็นประธาน เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณต่อไป

นายอนุทิน กล่าวว่า ภาพรวมของงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (กองทุนบัตรทอง) ปี 2564 ที่บอร์ด สปสช.เห็นชอบในวันนี้ อยู่ที่จำนวน 202,704.07 ล้านบาท จากปี 2563 อยู่ที่จำนวน 190,366 ล้านบาท โดยเสนองบประมาณเพิ่มขึ้น 12,388.06 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.5 โดยแยกการบริหารดำเนินงานกองทุนเป็น 2 ส่วน ดังนี้

งบค่าบริการเหมาจ่ายรายหัวจำนวน 183,574.24 ล้านบาท จากปี 2563 อยู่ที่จำนวน 173,750.40 ล้านบาท เพื่อดูแลประชากร 47.6 ล้านคน หรือคิดเป็นค่าเฉลี่ย 3,853.04 บาทต่อประชากรผู้มีสิทธิ จากปี 2563 อยู่ที่จำนวน 3,600 บาท โดยเป็นงบประมาณที่เสนอเพิ่มขึ้นจำนวน 9,823.84 ล้านบาท หรือ 253.04 บาทต่อประชากรผู้มีสิทธิ เมื่อหักเงินเดือนภาครัฐจำนวน 51,790.93 ล้านบาท เหลือเป็นงบกองทุนฯ ที่ สปสช.ได้รับมาบริหารจำนวน 131,783.30 ล้านบาท

งบค่าบริการนอกงบเหมาจ่ายรายหัว เสนอจำนวน 19,129.83 ล้านบาท จากปี 2563 อยู่ที่จำนวน 16,588.59 ล้านบาท หรือปรับเพิ่มขึ้น 9,823.84 ล้านบาท เพื่อบริหารจัดการใน 6 กลุ่มบริการ ได้แก่ ค่าบริการสาธารณสุขผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ รวมบริการควบคุมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีจำนวน 3,757.93 ล้านบาท ค่าบริการสาธารณสุขผู้ป่วยไตวายเรื้อรังจำนวน 9,978.32 ล้านบาท ค่าบริการสาธารณสุขเพื่อควบคุมป้องกันความรุนแรงของโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดัน และจิตเวชเรื้อรังในชุมชน จำนวน 1,280.83 ล้านบาท ค่าบริการสาธารณสุขเพิ่มเติมสำหรับหน่วยบริการในพื้นที่กันดาร พื้นที่เสี่ยงภัย และพื้นที่ชายแดนใต้ จำนวน 1,522.09 ล้านบาท ค่าบริการสาธารณสุขสำหรับผู้มีภาวะพึ่งพิงในชุมชนจำนวน 838.02 ล้านบาท และค่าบริการสาธารณสุขเพิ่มเติมสำหรับบริการะดับปฐมภูมิที่มีแพทย์ประจำครอบครัวจำนวน 1,752.61 ล้านบาท

นางดวงตา กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้งบประมาณกองทุนบัตรทองปี 2564 เพิ่มขึ้นจากปี 2563 มีปัจจัยจากภาวะเงินเฟ้อทั้งในส่วนของเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน ยาและเวชภัณฑ์ ค่าสาธารณูปโภคและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น การปรับบริการให้ชัดเจน และการพัฒนาระบบเพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการ ซึ่งในปีงบประมาณ 2564 กองทุนบัตรทองมีสิ่งใหม่เพิ่มเติม

นางดวงตา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้กองทุนบัตรทองยังได้ปรับระบบเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้ารับบริการให้กับประชาชน ลดการรอคอยบริการ และช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาล ได้แก่ 1.การให้ผู้ป่วยสามารถรับยาที่ร้านยาต่อเนื่อง 2.ให้ประชาชนสามารถตรวจทางห้องปฏิบัติการนอกโรงพยาบาล ได้ที่คลินิกหรือศูนย์บริการห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ (Laboratory) 3.เพิ่มบริการส่งเสริมสุขภาพและดูแลผู้ป่วยโดยคลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ และ 4.เพิ่มประสิทธิภาพระบบการส่งต่อระหว่างหน่วยบริการในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งการเพิ่มสิทธิประโยชน์และการปรับระบบบริการนี้ นอกจากทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการเพิ่มขึ้นแล้วยังพัฒนาระบบบัตรทองให้ดียิ่งขึ้น

อนุทิน เตรียมพร้อมระวังโรคจากจีน พบผู้ป่วย4ราย จากเมืองอู่ฮั่น

วันนี้ (6 มกราคม 2563) ข่าวทำเนียบรัฐบาลรายงาน ที่สถาบันบำราศนราดูร จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการเฝ้าระวัง ตรวจรักษา แยกกัก  และควบคุมโรค ระบบจัดการโรคติดต่ออันตราย  มีห้องแยกโรคติดเชื้อความดันลบศักยภาพสูงได้มาตรฐานสากล ที่สถาบันบำราศนราดูร และในจังหวัดที่มีเที่ยวบินตรงจากต่างประเทศ อาทิ ภูเก็ต เชียงใหม่ จากการตรวจเยี่ยมพบว่า ทั้งระบบมีการเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุด และมีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยโรคติดต่ออันตราย เช่น โรคเมอร์ส โรคซาร์ส มีห้องตรวจแยกโรคโดยเฉพาะ ไม่ปะปนกับผู้ป่วยอื่น

สำหรับห้องผู้ป่วยแยกโรคติดเชื้อความดันลบ จำนวน 15 ห้อง มีระบบป้องกันอากาศในห้องรั่วไหล โดยอากาศจะต้องผ่านแผงกรองอากาศและทำลายเชื้อก่อนปล่อยออกไปสู่ภายนอก เครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์มีศักยภาพดูแลผู้ป่วยได้เท่าเทียมห้องไอซียู ทางเข้าและทางออกจากห้องแยกจากกัน ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ มีกล้องวงจรปิดและระบบการติดตามสัญญาณชีพส่งมาที่เคาท์เตอร์พยาบาล ทีมพยาบาลจะปฏิบัติงานประจำไม่ต้องดูแลผู้ป่วยตึกอื่น และมีชุดป้องกันการติดเชื้อขณะดูแลและทำหัตถการกับผู้ป่วย

นอกจากนี้ ได้กำชับให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ ช่วยกรมควบคุมโรคเฝ้าระวัง คัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง หากพบผู้สงสัยว่าป่วยให้นำเข้าระบบการรักษาตามมาตรฐานให้ดีที่สุด พร้อมแจ้งส่วนกลางทันที ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าประเทศไทยมีความพร้อมในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้ออันตราย ขณะนี้มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สงสัยต้องเฝ้าระวัง 4 รายอาการทั่วไปดี รอสังเกตอาการในห้องแยกโรคของสถาบันบำราศฯ จนกว่าจะพ้นระยะแพร่เชื้อ จึงจะอนุญาตให้กลับบ้านได้สล็อตเว็บตรง , ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ เว็บตรง